วันอังคารที่ 1 กรกฎาคม พ.ศ. 2557

แอสตาแซนธิน (astaxanthin)

แอสตาแซนธิน สารสีแดงที่สกัดได้จาก สาหร่ายแดง ฮีมา โตคอกคับ พลูวิเอลิส  เป็นสารสำคัญที่ได้รับการยอมรับจากวารสารทางวิชาการระดับนานาชาติว่าเป็นสารต้านอนุมูลอิสระที่มีประสิทธิภาพสูงสุดในเรื่องผิวอ่อนเยาว์ ช่วยให้ริ้วรอยต่างๆ จางลง ชะลอการเสื่อมสภาพของเซลล์ผิว ช่วยให้ผิวมีความชุ่มชื้น เปล่งปลั่ง จนสัมผัสได้ถึงความเปลี่ยนแปลง อีกทั้งช่วยให้จุดด่างดำจากอายุและแสงแดดจางลง

คอลลาเจน โปรตีนที่อยู่ใต้ชั้นผิวหนัง เปรียบเสมือนชั้นสปริง ที่ช่วยเสริมสร้างความยืดหยุ่น ตึงกระชับ ให้ผิวแลดูอ่อนเยาว์

ไฮยาลูรอน องค์ประกอบหลักที่สำคัญของผิวตามธรรมชาติ ทำหน้าที่อุ้มน้ำในชั้นผิว ให้ผิวนุ่มเนียน  อีกทั้งทำยังทำหน้าที่ในการลำเลียงสารอาหารที่มีคุณค่า พร้อมทั้งนำของเสียออกจากเซลล์ผิว ช่วยให้เซลล์ผิวมีความแข็งแรง ไฮยาลูรอน เป็นที่นิยมอย่างมากในปัจจุบัน เนื่องจากเป็นสารที่วงการแพทย์นิยมนำมาใช้เติมร่องลึก เพื่อให้ผิวหน้าเรียบเนียน



















แอสตาแซนธิน เอจ – ดีไฟอิ้ง เฟเชียล ครีม
ครีมบำรุงผิวหน้าสูตรเข้มข้นพิเศษสำหรับกลางคืน ผสานประสิทธิภาพชั้นเลิศของ แอสตาแซนธิน 
คอลลาเจน และไฮยาลูรอน เข้ากับเนื้อครีมเข้มข้น สัมผัสนุ่มละมุนให้ผิวของคุณได้รับการปรนนิบัติแบบสุดพิเศษ เพื่อผลลัพธ์ของผิวอ่อนเยาว์ ดึงกระชับเนียนนุ่มยิ่งกว่าเคย
วิธีใช้
ควรวอร์มผลิตภัณฑ์ก่อนทาลงบนผิวหน้าเสมอ โดยใช้อุปกรณ์ตักผลิตภัณฑ์ในบริมาณที่พอเหมาะลงบนฝ่ามือ และใช้นิ้วมือนวด วนไปมาสักครู่ จนเนื้อครีมเริ่มอุ่น จากนั้นแตะผลิตภัณฑ์ลงบนผิวหน้านวด วนเบาๆเป็นวงกลมในทิศทางยกผิวขึ้น เริ่มจากกึ่งกลางใบหน้าไล่ออกสู่กรอบหน้า ใช้เป็นประจำทุกคืนก่อนนอน



























ประโยชน์ของคอลลาเจน

คอลลาเจน ( Collagen ) เป็นโปรตีนชนิดหนึ่ง ซึ่งอยู่ใต้ชั้นผิวหนัง มีส่วนสำคัญทำให้มีผิวพรรณมีสุขภาพดี เป็นตัวช่วยสร้างความตึงกระชับให้กับผิว  นอกจากนี้คอลลาเจนยังเป็นส่วนประกอบของอวัยวะต่างๆ อาทิ กระดูก กระดูกอ่อน ข้อต่อ เส้นเอ็น ฟัน ผม หลอดเลือด เป็นต้น เมื่อวัยเพิ่มขึ้น หรือผจญกับมลภาวะมากขึ้น คอลลาเจนในร่างกายมักจะลดลงและสร้างเสริมไม่ทัน เพราะในอาหารที่เรารับประทานนั้นมีคอลลาเจนอยู่ไม่มาก การเสื่อมสภาพของคอลลาเจนจะส่งผลให้ผิวพรรณเกิดริ้วรอยหยาบกร้าน กระดูกและข้อ เสื่อมสภาพลงได้

สารอาหารที่ช่วยเสริมสร้างคอลลาเจนและสุขภาพผิวที่ดี
วิตามินซี
• วิตามินซี เป็นสารต้านอนุมูลอิสระ เป็นตัวสำคัญในกระบวนการสร้างคอลลาเจนจากกรดอะมิโนให้กับผิว
• การขาดวิตามินซีอาจส่งผล ทำให้ยับยั้งการสังเคราะห์คอลลาเจน

ไลโคปีน ( Lycopene )
• เป็นสารแคโรทีนอยด์สีแดง พบได้ในมะเขือเทศและผลไม้ที่มีสีแดง ไลโคปีน ช่วยลดความผิดปกติและความเสื่อมของเซลล์อันเนื่องมาจากการทำลายของอนุมูลอิสระ จึงสามารถป้องเซลล์ในอวัยะต่าง ๆ ที่มีสารไลโคปีนอยู่ 
• สามารถช่วยป้องกันโรคหัวใจได้ด้วยกลไกการยับยั้งอนุมูลอิสระที่จะไปทำลาย LDL Cholesterol
• ยับยั้ง เซลล์มะเร็งต่อมลูกหมากของมนุษย์ 

ไลซีน ( Lysine )
• เป็นกรดอะมิโนจำเป็น หมายความว่าร่างกายสร้างเองไม่ได้ ต้องรับประทานเข้าไปจากอาหารเท่านั้น มีความจำเป็นและเป็นส่วนสำคัญในการสร้างโปรตีนทุกชนิดในร่างกาย
•  ไลซีน (L-Lysine) จำเป็นต่อการสร้างคอลลาเจน ดังนั้นจึงเป็นเหตุเป็นผลกันว่าการรับประทานไลซีนจะช่วยเสริมสร้าง Collagen 
• ไลซีน นิยมทำเป็นอาหารสุขภาพ ทั้งแยกเดี่ยวต่างหาก และใส่ร่วมในอาหารสุขภาพชนิดอื่น ๆ 

ทองแดง ( Copper ) 
• มีบทบาทสำคัญในการสร้างคอลลาเจน และยังทำงานร่วมกับวิตามินซีในการสร้าง อีลาสติน ซึ่งจะทำให้ผิวพรรณชุ่มชื้น นุ่มนวลและแข็งแรง








 



















คอลลาเจนเปปไทด์สกัดจากเยื่อหุ้มรังไข่ปลาแซลมอน ผ่านกรรมวิธีการสกัดด้วยเทคนิคเฉพาะจากประเทศญี่ปุ่น คุณภาพระดับพรีเมี่ยมที่อุดมด้วยสารสำคัญเต็มเปี่ยมและได้รับความนิยมอย่างมากในประเทศญี่ปุ่นให้กรดอะมิโนที่หลากหลายกว่า 20 ชนิด และมีปริมาณมากกว่า คอลลาเจนทั่วไปในท้องตลาด
- อุดมด้วยคอลลาเจน อีลาสติน กรดไฮยาลูโรนิค และ คอนดรอยตินซัลเฟต ซึ่งเป็นองค์ประกอบของผิว และข้อ จึงช่วยบำรุงผิวพรรณ เติมน้ำให้ผิวชุ่มชื้น เพิ่มความยืดหยุ่นให้กับผิว และลดเลือนริ้วรอย จึงดูแลสุขภาพผิวและข้อได้เป็นอย่างดี
-  มีส่วนช่วยกระตุ้นการสร้าง โกรท ฮอร์โมน หรือ ฮอร์โมนแห่งความอ่อนเยาว์ ซึ่งจะหลั่งออกมาในขณะที่นอนหลับ เพื่อซ่อมแซมเซลล์ต่างๆภายในร่างกายที่สึกหรอ ให้กลับมาทำงานเป็นปกติ โดยเมื่ออายุเพิ่มมากขึ้น หรือ พักผ่อนน้อย ร่างกายจะหลั่งฮอร์โมนชนิดนี้น้อยลง ส่งผลให้ร่างกายเกิดความเสื่อมโทรม ผิวพรรณไม่สดใส

 คอลลาเจนไดเปปไทด์ คอลลาเจนขนาดเล็กที่สุด ร่างกายสามารถดูดซึมได้ทันที
    จากงานวิจัยพบว่า คอลลาเจนเปปไทด์ขนาดเล็ก จะมีคุณสมบัติที่โดดเด่นกว่าเปปไทด์ทั่วไปคือ
-  ตรงเข้าสู่เซลล์ผิวชั้นหนังแท้
-  กระตุ้นการเพิ่มจำนวนของเส้นใยคอลลาเจน จึงช่วยให้ผิวยืดหยุ่น กระชับ
-  กระตุ้นการสังเคราะห์กรดไฮยาลูโรนิค จึงช่วยเพิ่มความชุ่มชื้นให้แก่ผิว
-  กระตุ้นการสังเคราะห์ไกลโคสะมิโนไกลแคน (GAG) หรือน้ำหล่อเลี้ยงข้อ จึงส่งผลดีต่อสุขภาพข้อ          ช่วยป้องกันอาการปวดข้อต่างๆได้อีกทางหนึ่งด้วย
- ช่วยป้องกันการเสื่อมของกระดูกอ่อน และการบางลงของกระดูกอ่อนอีกทั้งยังช่วยให้วงจรการสร้างและสลายกระดูกเป็นไปอย่างสมดุลมากขึ้น
จากการทดลองให้อาสาสมัครรับประทานคอลลาเจนไดเปปไทด์วันละ 10,000 มิลลิกรัมอย่างต่อเนื่อง พบว่า ผู้ป่วยอาการดีขึ้น และเจ็บเข่าน้อยลงภายใน 45 วัน













วันพุธที่ 7 พฤษภาคม พ.ศ. 2557

ความดันโลหิตสูง

http://www.youtube.com/watch?v=dJB7pYEvyac
http://www.youtube.com/watch?v=-kB3Y2cVjzo

    โดยปกติคนจะมีระดับความดันโลหิต 120/80-139/89 มิลลิเมตรปรอท 
    หากใครมีความดันโลหิตสูง 140/90 มิลลิเมตรปรอท ถือว่าเป็น โรคความดันโลหิตสูง 
        ผู้ที่เป็น โรคความดันโลหิตสูง จะมีความดันโลหิตเลี้ยงไปยังส่วนต่าง ๆ ของร่างกายไม่สม่ำเสมอ ซึ่งนำมาสู่โรคต่าง ๆ เช่น โรคหลอดเลือดในสมองตีบ โรคหลอดเลือดหัวใจและกล้ามเนื้อหัวใจ โรคไตวาย เส้นเลือดแดงใหญ่โป่งพอง อัมพาต อัมพฤกษ์ ฯลฯ ซึ่งอาจทำให้เสียชีวิตโดยเฉียบพลันได้

          การป้องกัน และข้อควรปฏิบัติสำหรับผู้ที่เป็น โรคความดันโลหิตสูง

                     ผู้ที่มีอายุ 35 ปีขึ้นไป ควรตรวจวัดความดันโลหิตสูงอย่างสม่ำเสมอ

                     หลีกเลี่ยงอาหารเค็มจัด เพราะเกลือจะทำให้ความตึงตัวของผนังหลอดโลหิตแดงเพิ่มขึ้น 

                     หลีกเลี่ยงอาหารกลุ่มไขมันจากสัตว์ เช่น กะทิ เนื้อสัตว์ รวมทั้งอาหารกลุ่มแป้งและน้ำตาลขัดขาวทุกชนิด เพราะจะทำให้น้ำหนักตัว และระดับไขมันในเลือดเพิ่มขึ้น 

                     งดสูบบุหรี่ และงดดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ อาจดื่มได้ในปริมาณพอเหมาะ คือ วิสกี้ 2 ออนซ์ หรือ ไวน์ 8 ออนซ์

                     พยายามควบคุมน้ำหนักตัว ไม่ให้อ้วนมากเกินไป เพราะความอ้วนเป็นปัจจัยเสี่ยงให้เกิดโรคความดันโลหิตสูงได้

                     ออกกำลังกายให้พอควรและสม่ำเสมอ ด้วยการเดินเร็ว ๆ  วิ่งเหยาะ ๆ  หรือปั่นจักรยาน ประมาณ 15-20 นาที อย่างน้อย 3-6 ครั้งต่อสัปดาห์

                     พักผ่อนให้เพียงพอ

                     ทำจิตใจให้เบิกบาน ไม่เครียด


เรื่องน่ารู้ของเครื่องดื่มมอลต์

มอลต์เป็นเครื่องดื่มทำมาจากข้าวบาร์เลย์ที่ไม่ผ่านการขัดสีอุดมด้วยคุณค่าทางโภชนาการ 
ในมอลต์มีอยู่อย่างครบถ้วนด้วยสารอาหารทั้งคาร์โบไฮเดรต โปรตีน รวมไปถึงวิตามินและแร่ธาตุต่าง ๆ ที่จำเป็นต่อร่างกาย นอกจากนั้นยังย่อยและดูดซึมไปใช้ได้ง่าย 
ปัจจุบันเครืองดื่มเพื่อสุขภาพอย่างมอลต์ได้ถูกพัฒนาจนกลายเป็นเครื่องดื่มที่สะดวกทันสมัยมากขึ้น ในรูปแบบ 3 in 1 และได้มีการพัฒนาสูตรเฉพาะที่มีประโยชน์ในด้านการเรียนรู้ด้วยการเสริมสารอาหาร น้ำมันปลา โคลีน วิตามินบี 6 และ วิตามินบี12 เพื่อช่วยในด้านการทำงานของระบบประสาทและสมอง อันเป็นส่วนสำคัญในการพัฒนาการเรียนรู้ สติปัญญานอกจากนี้ยังเสริมสารอาหารลูทีน ซึ่งช่วยบำรุงจอตา และช่วยปกป้องสายตาจากแสงสีฟ้าที่มีอยู่ในแสงแดด แสงไฟนีออนแสงจากหน้าจอคอมพิวเตอร์ที่สัมผัสและอยู่รอบมนุษย์ตลอดเวลาแสงสีฟ้าในปริมาณสูงอาจจะเป็นอันตรายต่อจอประสาทตา