วันจันทร์ที่ 28 ตุลาคม พ.ศ. 2556

เรื่องน่ารู้ของไฟโตนิวเทรียนท์

ไฟโตนิวเทรียนท์ ( Phytonutrient ) สารธรรมชาติจากผักและผลไม้เป็นสารสำคัญ ที่มีคุณประโยชน์ต่อร่างกายหลายประการ  ไฟโตนิวเทรียนท์จากผักและผลไม้ ถือเป็นแหล่งสำคัญของสารต้านอนุมูลอิสระจำนวนมาก  ปัจจุบัน จึงมีการสนับสนุนให้ทานผักและผลไม้มากขึ้น โดยมีความเชื่อว่าอาจลดการก่อมะเร็ง ลดการเป็นโรคหัวใจขาดเลือดและ โรคเรื้อรังบางชนิด
ไฟโตนิวเทรียนท์ที่มีในผักและผลไม้ ที่ทำหน้าที่เป็นสารต้านอนุมูลอิสระและมี คุณประโยชน์เป็นที่ยอมรับ คือ  ชาเขียว  ทับทิม แครอท   มะเขือเทศ มิกซ์เบอร์รี่ เชอร์รี่  บร็อคโคลี่ โรสแมรี่ แอปเปิ้ล เมล็ดองุ่น ขมิ้น ผักโขม  การรับประทานผักและผลไม้ จึงมีประโยชน์ต่อสุขภาพอย่างแท้จริง ในผู้ที่ไม่สามารถจะทานผักและผลไม้ได้ หรือทานได้น้อย ปัจจุบันก็มีอาหารสุขภาพที่สกัดสารสำคัญจากผักและผลไม้ ซึ่งเป็นทางเลือกหนึ่งสำหรับผู้บริโภค
ที่มาของข้อมูล http://www.giffarinethailand.com/event/products.php?cateid=62&cat=6,62,&page=10


ไฟโต วิต
ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารสารสกัดจากผักและผลไม้รวม ชนิดเม็ด ตรา กิฟฟารีน
ส่วนประกอบที่สำคัญโดยประมาณใน 1 เม็ด สารสกัดจากชาเขียว 140 มก. เซลลูโลส 135.5 มก. สารสกัดจากทับทิม 70 มก. แครอทผง 70 มก. ซิตรัส ไบโอฟลาโวนอยด์ 63 มก. มะเขือเทศผง 49 มก. มิกซ์เบอรี่ผง 49 มก. ผักโขมผง 7 มก. สารสกัดจากผักและผลไม้รวมผง (โรสแมรี่, แอปเปิ้ล, อัลฟัลฟ่า, มะกอก, บร๊อคโคลี่, เมล็ดองุ่น และขมิ้น) 24.5 มก. เป็นผลิตภัณฑ์เสริมอาหารสารสกัดจากผักและผลไม้รวม
วิธีรับประทาน : รับประทานวันละ 1-2 เม็ด พร้อมอาหาร
ขนาด 60 เม็ด
รหัสสินค้า:40505
ราคา:720 บาท


ไฟโตคิดส์

สำหรับเด็กไม่ชอบกินผักและผลไม้
ผลิตภัณฑ์เม็ดเคี้ยวผักและผลไม้ 
วิธีรับประทาน : เคี้ยวให้ละเอียด ก่อนกลืน
ขนาด 100 เม็ด
รหัสสินค้า:
40747
ราคา:
180 บาท

วันอาทิตย์ที่ 27 ตุลาคม พ.ศ. 2556

เรื่องน่ารู้เกี่ยวกับ พรีไบโอติก

พรีไบโอติก (Prebiotic) หมายถึง องค์ประกอบของอาหารที่ไม่มีชีวิต ซึ่่งมีประโยชน์ต่อสุขภาพของผู้รับประทาน  โดยมีส่วนช่วยในการปรับชนิดและจำนวนจุลินทรีย์ในลำไส้  สำหรับประโยชน์ต่อสุขภาพของพรีไบโอติก โดยเฉพาะอินนูลินนั้น สามารถสรุปได้โดยรวมดังนี้

1. ผลต่อระบบทางเดินอาหาร ที่ลำไส้  อินนูลินจะเป็นอาหารให้กับแบคทีเรีย  จึงมีผลช่วยป้องกันอาการท้องเดินโดยเฉพาะจากการติดเชื้อได้ นอกจากนี้ด้วยคุณสมบัติเหมือนใยอาหารอื่นๆ ก็จะช่วยบรรเทาอาการท้องผูกได้ด้วยอันเป็นผลจากการเพิ่มน้ำหนักของอุจจาระและผลต่อการเคลื่อนไหวของลำไส้จึงช่วยให้ขับถ่ายง่ายขึ้นและยังพบว่าอินนูลินยังช่วยเพิ่มความแข็งแรงของเซลล์เยื่อบุผิวของลำไส้ จึงช่วยป้องกันโรคลำไส้อักเสบได้  นอกจากนี้ยังมีการศึกษามากมายที่ชี้ชัดไปว่าอินนูลินสามารถช่วยลดความเสี่ยงการเป็นมะเร็งลำไส้ได้
2. ผลต่อการดูดซึมแร่ธาตุ จากการหมักพรีไบโอติกโดยแบคทีเรียในลำไส้ได้กรดไขมันชนิดสายสั้น ความเป็นกรดก็จะช่วยในการดูดซึมแร่ธาตุบางชนิดได้ เช่น แคลเซียม เหล็ก แมกเนเซียม และสังกะสี นอกจากนี้อาจด้วยกลไกที่ทำให้มีการดึงน้ำเข้ามาช่วยในการละลายเกลือแร่ต่างๆ ได้ จึงมีการคาดการว่าน่าจะส่งผลช่วยลดความเสี่ยงต่อกระดูกพรุนได้ ได้มีงานวิจัยรองรับเรื่องอินนูลิน สามารถช่วยเพิ่มการดูดซึมแคลเซียม และแมกนีเซียมโดยทดลองกับหนู พบว่า สามารถเพิ่มการดูดซึมแร่ธาตุได้จริง และเมื่อมีการทำวิจัยต่อในมนุษย์ เรื่องการเพิ่มการดูดซึมแคลเซียม พบว่าได้ผลเช่นเดียวกัน
3. ผลต่อการเผาผลาญไขมัน มีการศึกษาเกี่ยวกับการช่วยลดระดับไตรกลีเซอไรด์ (triglyceride) แต่ยังไม่มีข้อมูลมากนัก ส่วนเรื่องของการลดโคเลสเตอรอลก็เช่นกัน อย่างไรก็ตามมีผู้เสนอกลไกที่เป็นไปได้คือ การที่จุลินทรีย์สุขภาพเจริญจำนวนมากขึ้นก็จะช่วยย่อยสลายโคเลสเตอรอล และยับยั้งการดูดซึมผ่านผนังลำไส้  มีงานวิจัยรองรับว่า การให้อินนูลินในหนูทดลองสามารถช่วยลดโคเลสเตอรอล และไตรกลีเซอรอลในเลือดได้อย่างมีนัยสำคัญ สำหรับในมนุษย์แล้ว มีการทดลองให้อินนูลิน 2 แบบคือ ให้ในปริมาณ 9 กรัมต่อวัน ในรูปแบบของ อาหารเช้าประเภทธัญพืช และในปริมาณ 10 กรัมต่อวันโดยใช้ผงอินนูลินผสมในอาหารหรือเครื่องดื่ม พบว่าสามารถลดไตรกลีเซอไรด์ได้อย่างรวดเร็วถึง 27% และ 19% ตามลำดับ และยังช่วยลดระดับโคเลสเตอรอลลงได้อีกด้วย
4. ผลต่อระบบภูมิคุ้มกัน  มีการรวบรวมงายวิจัยต่างๆเรื่องอินนูลินกับการกระตุ้นระบบภูมิคุ้มกันพบว่า อินนูลินมีผลช่วยกระตุ้นระบบภูมิคุ้มกัน และยังช่วยในพัฒนาการการสร้างภูมิคุ้มกันของทารกอีกด้วย 

โดยสรุป อินนูลินช่วยลดความเสี่ยงในการเป็นมะเร็งลำไส้และโรคลำไส้อักเสบ บรรเทาอาการท้องผูกเนื่องจากผลของการเพิ่มปริมาตรอุจจาระและผลต่อการเคลื่อน ไหวของลำไส้ ช่วยป้องกันท้องเสียท้องเดินจากการติดเชื้อ ลดความเสี่ยงต่อโรคกระดูกพรุน เนื่องจากช่วยเรื่องการดูดซึมของแคลเซียม ลดไตรกลีเซอไรด์และโคเลสเตอรอล ลดความเสี่ยงต่อโรคหลอดเลือดแข็งซึ่งมีสาเหตุจากไขมัน

ที่มาของข้อมูล http://www.giffarinethailand.com/th/interesting_info.php?nid=59

ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารอินนูลิน ชนิดผง ตรากิฟฟารีน
ส่วนประกอบที่สำคัญโดยประมาณใน 1 ซอง อินซูลินชนิดผง 99.45% (5.43ก.)
วิธีรับประทาน : รับประทานวันละ 1-2 ซอง โดยละลายอินนูลิน 1 ซอง ในน้ำเปล่า (150มล.) หรือเครื่องดื่มต่างๆ เช่น นม น้ำผลไม้ ชา กาแฟ 1 แก้ว หรือใช้ผสมในอาหาร เช่น ข้าวสวย ผัดผักต่างๆ
ฆอ. 1145/2553
ขนาด 20 ซอง    รหัสสินค้า  40948     ราคา   600  บาท

วันพฤหัสบดีที่ 17 ตุลาคม พ.ศ. 2556

เรื่องน่ารู้เกี่ยวกับสารสกัดจากเมล็ดองุ่น

ประโยชน์ 
1. ลดการสะสมของโคเลสเตอรอลต่อผนังเส้นเลือด ทำให้เส้นเลือด ไม่ตีบตัน ลดการอุดตันของเส้นเลือด 
2. มีผลต่อกล้ามเนื้อหัวใจ  โดยทำให้กล้ามเนื้อหัวใจแข็งแรง และทนทานต่อภาวะการขาดเลือด และลดการเต้นผิดจังหวะ มีผลทำให้ลดอัตราตายจากโรคหัวใจ 
3. มีผลยับยั้งเซลล์มะเร็งหลายชนิด เช่น ปอด กระเพาะอาหาร มะเร็งต่อมลูกหมาก  และมะเร็งเต้านมในคน 
4. สามารถป้องกันเซลล์มะเร็งในช่องปาก จมูก หลอดอาหารในกลุ่มประชากรที่เคี้ยวใบชา ซึ่ง เสี่ยงต่อการเป็นโรคมะเร็งชนิดนี้ 

การทานผักและผลไม้ที่มี เบต้าคาโรทีน วิตามิน ซี วิตามิน อี สูงสามารถที่จะลดอุบัติการการเป็นมะเร็งเต้านม และมะเร็งปอด  และยังลดอุบัติการของโรคหัวใจขาดเลือด ทั้งหมดนี้มีงานวิจัยสนับสนุนในประชากรนับหมื่นคน  กล่าวโดยสรุปแล้วเป็นสารต้านอนุมูลอิสระ มีผลดีต่อร่างกาย เป็นสารธรรมชาติที่ช่วยชะลอการแก่ และลดมะเร็งต่าง ๆ และลดอุบัติการโรคหัวใจขาดเลือดได้จริง  มีมากในผักและผลไม้หลายชนิด ซึ่งอาจจะหารับประทานได้ไม่ยาก

สารสกัดจากเมล็ดองุ่น เป็นสารประเภท ไบโอฟลาโวนอยด์   มีสารที่สำคัญหลายตัว เป็น กลุ่มของโปรแอนโทรไซยานิดิน (  Proanthocyanidin  หรือมีอีกชื่อว่า  พีซีโอ (  PCO:  Procyanidolic Oligomers  ) มีประสิทธิภาพต้านอนุมูลอิสระสาร พีซีโอตัวนี้มีมากที่สุดในเมล็ดองุ่น บลูเบอรี่ เชอรี่ พลัม ถั่วและผักบางชนิด
ที่มาของข้อมูล http://www.giffarinethailand.com/th/interesting_info.php?nid=7

 
เกรป ซี-อี
ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารสารสกัดจากเมล็ดองุ่น 50 มก. ผสมวิตามินซี, อี, เบต้าแคโรทีน และซีลีเนียม ชนิดแคปซูล 
วิธีรับประทาน : รับประทานวันละ 1 แคปซูล พร้อมอาหาร
ขนาด 30 แคปซูล
รหัสสินค้า:41005
ราคา:380 บาท


วันอาทิตย์ที่ 13 ตุลาคม พ.ศ. 2556

โคเอนไซม์ คิวเทน

โคเอนไซม์ คิวเทน ( Coenzyme Q10 ) หรือที่เรียกกันสั้น ๆ ว่า โค-คิวเทน ( Co-Q10 ) เป็นสารที่พบในร่างกายตามธรรมชาติ ร่างกายต้องใช้ โคเอนไซม์คิวเทน ในการเจริญเติบโตของเซลล์รวมถึงปกป้องเซลล์จากการถูกทำลายอันเป็นสาเหตุนำไป สู่การเป็นโรคมะเร็ง
สรุปคุณสมบัติของ โคเอนไซม์ คิวเทน
• ลดความเสี่ยงในคนไข้ที่เป็นโรคหัวใจขาดเลือด หรือภาวะหัวใจล้มเหลวจากเลือดคั่ง  ทั้งนี้มีงานวิจัยสนับสนุนว่า การรับประทาน โคเอนไซม์คิวเทน 120 มิลลิกรัมต่อวัน ในกลุ่มผู้ป่วยที่เป็นโรคหัวใจขาดเลือดจะช่วยลดอัตราการเป็นซ้ำและลดอัตรา การเสียชีวิตได้อย่างมีนัยสำคัญ และในปริมาณสูง ยังมีประโยชน์ในการผ่าตัดหัวใจ โดยทำให้หัวใจทนทานต่อการขาดเลือดและฟื้นตัวได้ดีขึ้น
• มีบทบาทสำคัญในการทำลายสารอนุมูลอิสระที่เกิดขึ้น ป้องกันการเสื่อมสภาพของเซลล์ต่างๆในร่างกาย จึงช่วยป้องกันเรื่องหลอดเลือดหัวใจอันเกิดจากการที่ แอลดีแอลโคเลสเตอรอล ( LDL Cholesterol )  ถูก ออกซิไดซ์   ( Oxidized ) ด้วยอนุมูลอิสระ และสะสมในผนังหลอดเลือด ก่อให้เกิดการอักเสบและผนังหลอดเลือดหนาตัวขึ้นกลายเป็น พล๊าค ( Plaque )  หรือตะกอนในผนังเส้นเลือด  เกาะที่ผนังหลอดเลือด ส่งผลทำให้หลอดเลือดแข็ง ไม่ยืดหยุ่นและตีบตัน นำมาซึ่งปัญหาเรื่องโรคหัวใจได้
• ช่วย ลดระยะเวลาที่ปวดต่อครั้ง รวมถึงลดความถี่ในการปวดหัว ไมเกรน ทั้งนี้มีงานวิจัยที่ให้กลุ่มที่เข้ารับการทดสอบ 31 คนได้รับโคเอนไซม์คิวเทน ปริมาณ 150 มิลลิกรัมต่อวัน พบว่า 19 คน จาก 31 คน มีระยะเวลาที่ปวดไมเกรนในแต่ละครั้ง ลดลงมากกว่า 50%  หลังจากได้รับ โคเอนไซม์คิวเทน  เป็นระยะเวลา 3 เดือน และช่วยลดความถี่ในการปวด โดยไม่มีผลข้างเคียง
• เกี่ยวข้องโดยตรงกับการสร้างพลังงานของร่างกายโดยจะช่วยในการเปลี่ยน อาหารที่เรารับประทานเข้าไปเป็นพลังงานในไมโตรคอนเดรียที่อยู่ในเซลล์ร่างกาย จึงพบ โคเอนไซม์ คิวเทน ได้มากในอวัยวะที่ใช้พลังงานในการทำงานมากเช่น หัวใจ ปอดและตับ
• อาจจะมีประโยชน์ในผู้ป่วย ทาลัลซีเมีย รุนแรง ชนิด  เบต้า ทาลัสซีเมีย อี  beta-thalassemia/HbE ซึ่งจะมีระดับ โคเอนไซม์คิวเทน  ในเลือดต่ำลง การให้โคเอนไซม์ คิวเทน ทำให้ลดภาวะออกซิเดชั่นภายในเซลล์ และอาจทำให้คุณภาพชีวิตดีขึ้น
• อาจจะมีประโยชน์ในโรคทางสมอง ได้แก่ โรคสมองเสื่อมในผู้มีอายุ   โรคความจำเสื่อม ( Alzheimer's disease ) และโรคปาร์กินสัน  โรคหอบหืด โรคไตเสื่อมเรื้อรัง แม้ว่าการวิจัย สำหรับโรคปาร์กินสัน โรคหอบหืด และโรคไต พบว่า ยังไม่ได้ผลในการรักษา แต่โรคเหล่านี้ มีกลไกจากความเสื่อมของเซลล์ ซึ่งสารต้านอนุมูลอิสระ มีบทบาท และพบว่า ระดับ โคเอนไซม์คิวเทน ในเลือดต่ำลงในโรคเหล่านี้ด้วย

กล่าวโดย สรุป Co-Q10 มีบทบาทสำคัญมากมายรวมถึงประโยชน์ต่างๆดังที่ได้กล่าวมาแล้วข้างต้นไม่ว่าจะ ช่วยในเรื่องหัวใจ การเป็น Antioxidant ที่ทำลายอนุมูลอิสระ เกี่ยวข้องโดยตรงกับการสร้างพลังงานของเซลล์ รวมถึงช่วยในเรื่องการปวดหัวไมเกรน อาจจะมีประโยชน์ในผู้ป่วย ทาลัลซีเมีย รุนแรง ชนิด  เบต้า ทาลัสซีเมีย อี  และอาจจะมี ประโยชน์ในโรคทางสมอง ได้แก่โรคสมองเสื่อมในผู้มีอายุ  โรคความจำเสื่อม และโรคปาร์กินสัน ดังกล่าวมาแล้วเบื้องต้น

เนื่องจาก ปริมาณของ Co-Q10ที่มี ในร่างกาย จะลดลงตามวัยที่เพิ่มมากขึ้น   การรับประทาน Co-Q10 จึงเป็นทางเลือกหนึ่งในการเสริมสุขภาพ

สรุปคุณสมบัติของ ทอรีน ( Taurine )
ทอรีน เป็นกรดอินทรีย์ชนิดหนึ่ง ซึ่งเป็นที่นิยมทำเป็นอาหารเสริมในต่างประเทศ พบมากในสมอง ในหัวใจ ในจอตา และในกล้ามเนื้อ ในน้ำนมของมนุษย์ มีส่วนในการเมตาบอริซึม เซลล์ต่าง ๆ ทั้งเรื่อง การคุมการทำงานของ แคลเซียมในเซลล์ และการเผาผลาญน้ำตาล ช่วยในการทำงาน ของ เซลล์กล้ามเนื้อหัวใจ  ปัจจุบัน นิยมใช้ในเรื่อง บำรุงหัวใจ และเบาหวาน
ทอรีนเป็นกรดอะมิโนที่มีบทบาทสำคัญในร่างกาย ทอรีนจะเป็นส่วนประกอบหลักของน้ำดี ทั้งนี้มีรายงานวิจัยสนับสนุนว่าการเสริมทอรีนให้แก่ผู้ป่วยที่เป็นโรคหัวใจ ขาดเลือด หรือภาวะหัวใจล้มเหลวจากเลือดคั่งให้ผลที่ดีและมีความปลอดภัย

สรุปคุณสมบัติของ แอล-คาร์นิทีน ( L- Carnitine )
แอล-คา ร์นิทีน เป็นสารที่ร่างกายสร้างขึ้นได้เอง มีบทบาทในกระบวนการเผาผลาญ โดยเป็นตัวนำกรดไขมัน เข้ามาสู่ ไมโตคอนเดรียของเซลล์  มีงานวิจัยที่สนับสนุนว่า แอล-คาร์นิทีน มีประโยชน์ในการช่วยรักษาโรคหัวใจขาดเลือด หรือภาวะหัวใจล้มเหลวจากเลือดคั่ง 

สรุปคุณสมบัติของ ซิตรัสไบโอฟลาโวนอยด์ ( Citrus Bioflavonoid )
ซิ ตรัสไบโอฟลาโวนอยด์ ถือเป็นสารอาหารสำคัญจากพืชผักและผลไม้ ที่เรียกว่า ไฟโตนิวเทรียนท์ ( Phytonutrients ) ชนิดหนึ่ง  จัดเป็นแหล่งสำคัญของสารต้านอนุมูลอิสระ ฟลาโวนอยด์ก็เป็นหนึ่งในไฟโตนิวเทรียนส์ที่เป็นที่รู้จักกันดีว่า มีคุณสมบัติด้านการต่อต้านอนุมูลอิสระสูง   ซึ่งมีงานวิจัยยืนยันยอมรับทั่วโลก ในการต่อต้านการเป็นมะเร็งและการเป็นโรคหัวใจ

ที่มา http://www.giffarinethailand.com/th/interesting_info.php?nid=17


โค-คิวเทน แมกซ์
ผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร โคเอนไซม์ คิวเทน ผสมแอล-คาร์นิทีน และซิตรัส ไบโอฟลาโวนอยด์ ชนิดแคปซูล 
ส่วนประกอบที่สำคัญโดยประมาณใน 1 แคปซูล ทอรีน 150.00 มก. แอล-คาร์นิทีน แอล-ทาร์เทรต 146.63 มก. โคเอนไซมื คิวเทน 30.00 มก. ซิตรัส ไบโอฟลาโวนอยด์ 30.00 มก.
ขนาดรับประทาน : วันละ 1 แคปซูล พร้อมอาหาร 
ขนาด 30 แคปซูล
รหัสสินค้า:41015
ราคา:660 บาท

วันพฤหัสบดีที่ 3 ตุลาคม พ.ศ. 2556

เรื่องน่ารู้ของแป๊ะก๊วย

สารสกัดจากใบแปะก๊วย มีฤทธิ์ทางด้านการป้องกันเซลล์สมอง จากการขาดเลือด 
กลไกการออกฤทธิ์ 
มีสองแบบคือ หนึ่ง ยับยั้งการจับตัวของเกร็ดเลือด และปรับความยืดหยุ่นของผนังเกร็ดเลือด จึงช่วยเพิ่มการไหลเวียนของเลือด ในเนื้อเยื่อต่างๆทั่วร่างกาย ให้ดีขึ้น  กลไกที่สองคือ ฤทธิ์ทางด้าน ต้านอนุมูลอิสสระ ประโยชน์ทั้งหมดในรายงานทางการแพทย์ของแป๊ะก๊วย  มีในผู้สูงอายุ เนื่องจากผู้มีอายุมักจะมีเลือดไหลเวียนไม่ดีในบางส่วน จากเส้นเลือดแข็งตัวบ้าง หรือมีเส้นเลือดตีบจากไขมันอุดตันหรือจากโรคต่าง ๆ   การที่เลือดไปเลี้ยงสมองไม่พอ
หลักฐานทางการแพทย์ในคนไข้ ที่มีรายงานว่าได้ผลชัดเจน
1.  เพิ่มความจำและลดอาการทางสมองที่ไม่พึงประสงค์ในผู้สูงอายุ
2.  ลดอาการของโรค อัลไซเมอร์ ( Alzheimer )หรือสมองเสื่อมจากการที่เลือดไปเลี้ยงสมองไม่พอ
3.  โรคเสียงในหู และ เวียนศรีษะในผู้สูงอายุ 
4.  ลดอาการปวดเมื่อยหรืออ่อนล้า หรือเป็นตะคริว ของกล้ามเนื้อแขนขาจากการขาดเลือดของเนื้อเยื่อร่างกาย
ขนาดของแปะก๊วยที่ใช้ในรายงานทางการแพทย์คือประมาณ 120 มิลลิกรัม ( 3 แคปซูลต่อวัน ) โดยจะทานเวลาใดก็ได้ จะแบ่งเป็นหลังอาหาร 3 มื้อ หรือทานรวมเป็นมื้อเดียวก็ได้
ข้อควรระวัง
1. เนื่องจากไม่มีรายงานที่ใช้ในเด็ก และสตรีมีครรภ์จึงไม่แนะนำให้ เด็กและสตรีมีครรภ์รับประทาน
2. โดยหลักการแล้ว ไม่ควรรับประทาน ถ้าทานยาต้านการแข็งตัวของเลือด  (แอสไพริน และ วอรฟาริน) ในผู้ป่วยที่มีประวัติเส้นโลหิตในสมองแตก หรือโรคทีเกี่ยวกับการแข็งตัวของเลือด


จิงโกลา
ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารสารสกัดจากใบแป๊ะก๊วย ชนิดแคปซูล ตรา กิฟฟารีน
รับประทาน : รับประทานครั้งละ 1 แคปซูล วันละ 2 ครั้งพร้อมอาหาร
ขนาด 60 แคปซูล
รหัสสินค้า:41011
ราคา:560.00 บาท



วันพุธที่ 2 ตุลาคม พ.ศ. 2556

ประเภทของริ้วรอย

อาหารเสริมบำรุงผิว
http://www.youtube.com/watch?v=xqmSn1OSTeQ

1. ริ้วรอยตื้น (Fine wrinkles)
มีลักษณะเป็นเส้นบางๆ ที่ผิวมักเกิดบริเวณแก้มเป็นผลมาจากการที่ผิวแห้งและขาดความชุ่มชื้น เนื่องจากผิวถูกทำร้ายจากการใช้สารที่ก่อให้เกิดการระคายเคืองแก่ผิว การชะล้างทำความสะอาดผิวที่รุนแรงเกินไป โดยเฉพาะการใช้น้ำอุ่นหรือน้ำร้อนล้างหน้า ตลอดจนมลภาวะจากสภาพแวดล้อมต่างๆ และการใช้มอยส์เจอร์ไรเซอร์ที่ไม่เพียงพอ ริ้วรอยประเภทนี้สามารถแก้ไขได้ง่าย โดยการเลือกใช้ผลิตภัณฑ์บำรุงผิวที่เหมาะสมในการช่วยกักเก็บและเติมเต็มความชุ่มชื้นให้กับผิวเป็นประจำ 

2. ริ้วรอยร่องลึก (Deep wrinkles or skin folds)
มักเกิดจากความหย่อนคล้อยของโครงสร้างผิว ส่วนใหญ่มีลักษณะเป็นร่องลึกบริเวณมุมปีกจมูกโค้งมาที่มุมปาก และอาจโค้งยาวลงมาถึงคางคล้ายเครื่องหมายวงเล็บรอบปากนำไปสู่ความหย่อนคล้อยที่ปรากฏขึ้นเป็นร่องแก้มทั้ง 2 ข้าง ริ้วรอยประเภทนี้เป็นผลมาจากการลดลงของคอลลาเจนในผิวและการเปลี่ยนแปลงของอิลาสตินตามธรรมชาติจากอายุที่เพิ่มมากขึ้น และยิ่งเห็นชัดเจนยิ่งขึ้นจากปัจจัยกระตุ้นต่างๆ เช่น รังสียูวีจากแสงแดด การสูบบุหรี่ และมลภาวะต่างๆ ที่ส่งผลให้เกิดการทำลายโครงสร้างผิวมากยิ่งขึ้น  ริ้วรอยประเภทนี้จัดเป็นริ้วรอยที่เกิดขึ้นถาวร (static wrinkle) ซึ่งมีวิธีการป้องกันด้วยการใช้ผลิตภัณฑ์บำรุงผิวเป็นประจำ รวมทั้งรับประทานสารเสริมอาหารที่มีองค์ประกอบของสารต้านอนุมูลอิสระที่มีประสิทธิภาพสูง (effective antioxidants) เพิ่มเติม นอกจากนี้ การใช้ผลิตภัณฑ์กันแดดอย่างเพียงพอและสม่ำเสมอก็เป็นอีกวิธีหนึ่งในการยับยั้งไม่ให้เกิดริ้วรอยร่องลึกมากขึ้น อย่างไรก็ตาม เมื่อเกิดริ้วรอยชนิดนี้ขึ้นแล้ว สามารถแก้ไขได้ด้วยการฉีดสารเติมเต็ม (filler injection) ในร่องลึกเพื่อเสริมโครงสร้างให้แก่ผิว (โดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเท่านั้น) 

นอกจากนี้ ริ้วรอยยังเกิดได้จากการขยับกล้ามเนื้อบนใบหน้าเพื่อแสดงอารมณ์ทางสีหน้าอย่างต่อเนื่อง (Dynamic wrinkles) ไม่ว่าจะเป็นการยิ้ม หัวเราะ หรือขมวดคิ้ว ส่วนมากมักเกิดที่หางตาหรือที่รู้จักกันในนาม “รอยตีนกา” (crow’s feet) หรือเกิดเป็นร่องแนวยาวบริเวณหน้าผากและหว่างคิ้ว เนื่องจากริ้วรอยประเภทนี้มักเกิดจากกล้ามเนื้อบนใบหน้าบริเวณนั้นหดตัวและคลายตัวซ้ำๆ ซึ่งแก้ไขได้ด้วยการฉีดสารโบท็อกซ์ (botalinum toxin injection โดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเท่านั้น) เพื่อผ่อนคลายและลดการหดเกร็งของกล้ามเนื้อ

แอสตาแซนธิน สารสีแดงที่สกัดได้จาก สาหร่ายแดง ฮีมา โตคอกคับ พลูวิเอลิส  เป็นสารสำคัญที่ได้รับการยอมรับจากวารสารทางวิชาการระดับนานาชาติว่าเป็นสารต้านอนุมูลอิสระที่มีประสิทธิภาพสูงสุดในเรื่องผิวอ่อนเยาว์ ช่วยให้ริ้วรอยต่างๆ จางลง ชะลอการเสื่อมสภาพของเซลล์ผิว ช่วยให้ผิวมีความชุ่มชื้น เปล่งปลั่ง จนสัมผัสได้ถึงความเปลี่ยนแปลง อีกทั้งช่วยให้จุดด่างดำจากอายุและแสงแดดจางลง

คอลลาเจน โปรตีนที่อยู่ใต้ชั้นผิวหนัง เปรียบเสมือนชั้นสปริง ที่ช่วยเสริมสร้างความยืดหยุ่น ตึงกระชับ ให้ผิวแลดูอ่อนเยาว์

ไฮยาลูรอน องค์ประกอบหลักที่สำคัญของผิวตามธรรมชาติ ทำหน้าที่อุ้มน้ำในชั้นผิว ให้ผิวนุ่มเนียน  อีกทั้งทำยังทำหน้าที่ในการลำเลียงสารอาหารที่มีคุณค่า พร้อมทั้งนำของเสียออกจากเซลล์ผิว ช่วยให้เซลล์ผิวมีความแข็งแรง ไฮยาลูรอน เป็นที่นิยมอย่างมากในปัจจุบัน เนื่องจากเป็นสารที่วงการแพทย์นิยมนำมาใช้เติมร่องลึก เพื่อให้ผิวหน้าเรียบเนียน












แอสตาแซนธิน
ผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร แอสตาแซนธินผสมวิตามินซี ชนิดแคปซูล (ตรากิฟฟารีน)
วิธีรับประทาน วันละ 1-2 แคปซูล พร้อมอาหาร
ขนาด 30 แคปซูล     รหัสสินค้า  40116       ราคา   660  บาท  สมาชิก 495 ฿
        

เพื่อผิวสวยย้อนวัย เหนือความคาดหมาย ผู้ทานแอสตาแซนธิน มักนิยมทานร่วมกับ เซราไมด์ 


แอสตาแซนธิน เอจ – ดีไฟอิ้ง เฟเชียล ครีม
ครีมบำรุงผิวหน้าสูตรเข้มข้นพิเศษสำหรับกลางคืน ผสานประสิทธิภาพชั้นเลิศของแอสตาแซนธิน คอลลาเจน และไฮยาลูรอน เข้ากับเนื้อครีมเข้มข้น สัมผัสนุ่มละมุนให้ผิวของคุณได้รับการปรนนิบัติแบบสุดพิเศษ เพื่อผลลัพธ์ของผิวอ่อนเยาว์ ดึงกระชับเนียนนุ่มยิ่งกว่าเคย
วิธีใช้
ควรวอร์มผลิตภัณฑ์ก่อนทาลงบนผิวหน้าเสมอ โดยใช้อุปกรณ์ตักผลิตภัณฑ์ในบริมาณที่พอเหมาะลงบนฝ่ามือ และใช้นิ้วมือนวดวนไปมาสักครู่ จนเนื้อครีมเริ่มอุ่น จากนั้นแตะผลิตภัณฑ์ลงบนผิวหน้านวดวนเบาๆเป็นวงกลมในทิศทางยกผิวขึ้น เริ่มจากกึ่งกลางใบหน้าไล่ออกสู่กรอบหน้า ใช้เป็นประจำทุกคืนก่อนนอน
ปริมาณสุทธิ 50 กรัม   ราคา  560  บาท   สมาชิก 420 ฿ รหัสสินค้า  15021



แอสตาแซนธิน เอจ – ดีไฟอิ้ง เนค ครีม
ครีมบำรุงผิวสูตรเข้มข้นพิเศษ เหมาะสำหรับผิวบริเวณลำคอที่ต้องการการดูแลเป็นพิเศษ เปี่ยมด้วยคุณค่าส่วนผสมของ แอสตา คอลลาเจน ไฮยาลูรอน และเชียร์บัตเตอร์  ผสานเข้ากันกับเนื้อครีมเข้มข้นพิเศษ ช่วยให้ผิวบริเวณลำคอได้รับการฟื้นฟูอย่างเต็มที่ เพื่อผลลัพธ์ของผิวกระชับ ไม่หย่อนคล้อย 
วิธีใช้
ควรวอร์มผลิตภัณฑ์ก่อนทาลงบนผิวคอ โดยบีบผลิตภัณฑ์ในบริมาณที่พอเหมาะลงบนฝ่ามือ และใช้นิ้วมือนวดวนไปมาสักครู่ จนเนื้อครีมเริ่มอุ่น จากนั้นใช้นิ้วมือลูบไล้ผลิตภัณฑ์ให้ทั่วผิวบริเวณลำคอจนถึงเนินอก นวด วนเบาๆเป็นวงกลมในทิศทางยกผิวขึ้น ใช้เป็นประจำทุกคืนก่อนนอน
ปริมาณสุทธิ 75 กรัม  ราคา  396  บาท สมาชิก 297 ฿  รหัสสินค้า  15022



เครื่องดื่มแอสตา เซราไมด์ ผสมทับทิม
วิธีรับประทาน : - ดื่มครั้งละ 1 ขวด เวลาเช้าและก่อนนอน
                          - เพื่อรสชาติที่ดี ควรแช่เย็น และเขย่าขวดก่อนดื่ม
ปริมาณสุทธิ ขวดละ  50 มิลลิลิตร x 6 ขวด  ราคา   520 บาท  สมาชิก 390 ฿  รหัสสินค้า  37335


เคล็ดลับ ชะลอวัยให้กับผิว ด้วย Astaxanthin

http://www.youtube.com/watch?v=LXt-lKJkGRc&list=PLiV2h2-Cu7qR23GvkH



กลามอรัส บูเต้ อินสแตนท์ ดีพ ริงเคิล ฟิลเลอร์ ครีม
นวัตกรรมเพื่อการรับมืออย่างได้ผลกับริ้วรอยร่องลึกต่างๆ ให้เนียนเรียบขึ้นในทันที ด้วยส่วนผสมของ Silicone Powder ซึ่งเป็นแป้งอนุภาคทรงกลม ที่ออกแบบมาเป็นพิเศษ จึงช่วยอำพรางริ้วรอยร่องลึกได้อย่างมีประสิทธิภาพ พร้อมปรับผิวให้เรียบเนียนสม่ำเสมอขึ้นทันทีที่ใช้ ด้วยคุณสมบัติเด่นของ Soft Focus Technology ผิวหน้าจึงแลดูสดใสอ่อนเยาว์อย่างเป็นธรรมชาติ และควบคุมความมันให้ผิวหน้าแลดูสวยกระจ่างใสตลอดวัน
วิธีใช้ หลังจากทาผลิตภัณฑ์บำรุงผิวและผลิตภัณฑ์กันแดดเรียบร้อยแล้ว ทิ้งไว้สักครู่ จากนั้นบีบเนื้อครีมลงบนปลายนิ้ว เกลี่ยลงบนผิวบริเวณที่ต้องการพรางริ้วรอย กดเบาๆ เพื่อให้เนื้อครีมซึมลงผิว และทิ้งไว้สักครู่ จึงแต่งหน้าตามขั้นตอนปกติ
ปริมาณสุทธิ 15 กรัม
รหัสสินค้า:12828
ราคา:320 บาท









วันอังคารที่ 1 ตุลาคม พ.ศ. 2556

ปวดข้อ ปวดเข่า ข้อเสื่อม

สำหรับคนที่เป็นโรคปวดข้อ ปวดเข่า แนะนำ อาหารสุขภาพดังต่อไปนี้
แคลเซียมเป็นโครงสร้างหลักของกระดูก หากไม่ได้รับแคลเซียมในปริมาณที่พอเพียง ร่างกายจะดึงแคลเซียมที่สะสมอยู่ในกระดูกออกมาใช้ และหากได้รับอย่างไม่พอเพียงเป็นประจำ แคลเซียมในกระดูกจะถูกดึงออกมามากจนกระทั่งกระดูกพรุน เปราะ ทำให้ความแข็งแรงของกระดูกลดลง แตกหักได้ง่าย แม้ว่าได้รับแรงกระแทกเพียงเล็กน้อย การได้รับแคลเซียมเสริมจึงช่วยเสริมความแข็งแรงให้แก่กระดูก 

เสริมสร้างกระดูกให้แข็งแรง ป้องกันโรคกระดูกพรุนและความผิดปกติของกระดูกด้วยแคลเซียม


ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารแคลเซียม ผสมแมกนีเซียม วิตามิน ซี, สังกะสี, แมกกานีส, ทองแดง, วิตามิน อี และวิตามิน ดี3 ชนิดเม็ด 
วิธีรับประทานครั้งละ 1 เม็ด พร้อมอาหารเช้า-เย็น
ฆอ. 1983/2553
ขนาด 60 เม็ด
รหัสสินค้า:40508
ราคา:420 บาท
สมาชิก :                        315 บาท


น้ำมันปลามี DHA และ EPA
 สาร DHA /EPA จะลดการสร้างโพรสตาแกลนดิน ชนิดลิวโคไตรอีน ซึ่งเป็นสารก่อการอักเสบ ทำให้สามารถลดการอักเสบและบวมของข้อได้

น้ำมันปลา ขนาด 1,000 มก.
บรรจุ 90 แคปซูล       รหัสสินค้า  40205  ราคา  540  สมาชิก 405 บาท
บรรจุ 50 แคปซูล       รหัสสินค้า  40206  ราคา  350  สมาชิก 262.5 บาท
น้ำมันปลา ขนาด 500 มก.
บรรจุ 90 แคปซูล  รหัสสินค้า  40207  ราคา  320  สมาชิก 240 บาท
บรรจุ 50 แคปซูล  รหัสสินค้า  40208  ราคา  200  สมาชิก 150 บาท





อีฟนิ่ง พริมโรส ออยล์ บรรเทาอาการอักเสบ ปวดข้อรูมาตอยด์


น้ำมันอีฟนิ่ง พริมโรส ขนาด 1,000 มก
บรรจุ 90 แคปซูล รหัสสินค้า  40108  ราคา  750 บาท สมาชิก 562.5 บาท
บรรจุ 50 แคปซูล รหัสสินค้า  40109  ราคา  450 บาท  สมาชิก 337.5 บาท
น้ำมันอีฟนิ่ง พริมโรส ขนาด 500 มก
บรรจุ 90 แคปซูล รหัสสินค้า  40110  ราคา  420 บาท  สมาชิก 315 บาท
บรรจุ 50 แคปซูล รหัสสินค้า  40111  ราคา  250 บาท   สมาชิก 187.5 บาท





กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ โดยสถาบันวิจัยสมุนไพรได้ดำเนินการศึกษาวิจัยสมุนไพร “เถาวัลย์เปรียง” ใช้ในการรักษาผู้ป่วย พบว่าสารสกัดจากลำต้นของเถาวัลย์เปรียงมีฤทธิ์ในการบรรเทาอาการปวด ต้านการอักเสบ สามารถใช้แทนยาแก้อักเสบที่เป็นยาแผนปัจจุบันเพื่อรักษาโรคปวดหลังส่วนล่างได้ ขณะเดียวกัน ได้ดำเนินการศึกษาความปลอดภัยของสารสกัดเถาวัลย์เปรียง พบว่ามีความปลอดภัยสูง นอกจากนี้ยังได้ทดสอบสรรพคุณในอาสาสมัครโดยร่วมมือกับโรงพยาบาลศิริราช ในการรักษาผู้ป่วยข้อเข่าเสื่อมโดยแบ่งเป็นกลุ่มที่ได้รับยาต้านอักเสบ Naproxen และกลุ่มที่ได้รับสารสกัดเถาวัลย์เปรียงก็พบว่าสารสกัดจากเถาวัลย์เปรียงมีประสิทธิผลในการรักษาโรคข้อเข่าเสื่อมได้ดี และมีแนวโน้มว่าปลอดภัยกว่ายา Naproxen เพราะพบว่าผู้ป่วยที่ได้รับยา Naproxen มีอาการหิวบ่อย แสบท้อง จุกเสียด แน่นท้อง ในขณะที่ผู้ป่วยที่ได้รับสารสกัดเถาวัลย์เปรียงไม่มีอาการข้างเคียงดังกล่าว 

เถาวัลย์เปรียงสกัด ขนาด 30 แคปซูล
ขนาดรับประทาน : ครั้งละ 1 แคปซูล วันละ 2 ครั้ง หลังอาหารเช้า-เย็น
รหัสสินค้า:48014
ราคา:
320.00 บาท  
สมาชิก 240 บาท



ปวดข้อรูมาตอยด์ http://www.youtube.com/watch?v=UnUY_Bziwuk