วันอังคารที่ 3 มีนาคม พ.ศ. 2558

สารอาหารที่ช่วยกระตุ้นระบบภูมิคุ้มกัน

สิ่งแวดล้อมรอบตัวเราเต็มไปด้วยเชื้อโรคต่างๆที่ตามองไม่เห็น เช่น เชื้อไวรัส เชื้อแบคทีเรีย เชื้อรา และปรสิต ซึ่งในแต่ละวันเราต้องสัมผัสกับเชื้อโรคมากมายนับไม่ถ้วน จึงมีโอกาสที่จะเจ็บป่วยจากเชื้อโรคเหล่านั้น แต่ร่างกายของเรามีกลไกการทำงานของระบบภูมิคุ้มกันที่คอยปกป้องจากสิ่งแปลกปลอมรวมทั้งเชื้อโรคเหล่านั้น โดยระบบภูมิคุ้มกันจะมีความสามารถในการทำลายเชื้อโรคโดยไม่ส่งผลต่อเซลล์ในร่างกาย แต่ถ้าหากระบบภูมิคุ้มกันไม่สามารถทำหน้าที่ได้ปกติหรือเสียสมดุลก็จะส่งผลให้เกิดความผิดปกติของระบบภูมิคุ้มกัน ได้แก่ โรคภูมิแพ้ โรคหอบหืด โรคภูมิคุ้มกันทำร้ายตัวเอง    
ดังนั้นจึงควรเสริมสร้างระบบภูมิคุ้มกันในร่างกายให้มีความสมดุลและแข็งแรง โดยการรับประทานอาหารและวิตามินที่มีส่วนช่วยเสริมสร้างภูมิคุ้มกัน การนอนหลับพักผ่อนที่เพียงพอ ออกกำลังกายเป็นประจำและลดการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ต่าง เป็นต้น 

สารอาหารที่มีส่วนช่วยในการเสริมสร้างภูมิคุ้มกันให้กับร่างกาย 
เบต้า-กลูแคนจากยีสต์ มีคุณสมบัติในการปรับสมดุลการทำงานของภูมิคุ้มกันของร่างกาย ต้านการติดเชื้อ ลดโอกาสการเกิดโรคติดเชื้อในระบบทางเดินหายใจส่วนบนซึ่งเป็นผลดีต่อผู้ป่วยภูมิแพ้ รวมทั้งยับยั้งการเจริญของเซลล์มะเร็งและเสริมการออกฤทธิ์ของยาต้านมะเร็ง
สารสกัดจากเห็ดหลินจือ มีผลการวิจัยรองรับว่ามีสรรพคุณในการช่วยป้องกันหรือรักษามะเร็ง
บางชนิด โรคตับ, การติดเชื้อ HIV, โรคภูมิแพ้, หอบหืด, ปอดอักเสบ และมีส่วนใช้ในการปรับ
ภูมิต้านทานของร่างกายให้สมดุล
สารสกัดจากเห็ดยามาบูชิทาเกะ มีสรรพคุณมากมาย เช่น ต้านความชรา ต้านมะเร็ง
โรคเกี่ยวกับระบบทางเดินอาหารโรคเรื้อรังต่างๆ เช่น เบาหวาน ไขมัน แต่ปัจจุบันได้มีงานวิจัยหลายแห่งที่พบคุณสมบัติในการเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานของระบบภูมิคุ้มกัน
สารสกัดจากเห็ดไมทาเกะ มีงานวิจัยหลากหลายที่ยืนยันว่าสารสำคัญในเห็ดไมทาเกะมีส่วนช่วย
ในการทำงานของระบบภูมิคุ้มกัน เพิ่มประสิทธิภาพการทำงานของเม็ดเลือดขาวหลายชนิดและช่วยเหนี่ยวนำการทำงานของระบบภูมิต้านทานในการต่อสู้กับเชื้อโรครวมทั้งเซลล์มะเร็ง
วิตามินซี  เป็นวิตามินที่ละลายน้ำ เป็นสารต้านอนุมูลอิสระที่ทรงประสิทธิภาพ ช่วยเสริมการทำงานของระบบภูมิคุ้มกัน การสร้างคอลลาเจนและการสังเคราะห์คาร์นิทีน  ร่างกายของมนุษย์ไม่สามารถสังเคราะห์วิตามินซีเองได้ ดังนั้นจึงต้องรับประทานอาหารที่มีวิตามินซีเข้าสู่ร่างกาย การรับประทานวิตามินซีพบว่ามีส่วนช่วยในเรื่องการป้องกันและรักษาโรคหวัดได้อีกด้วย
อะเซโรล่าเชอร์รี่สกัด ผลอะเซโรลา เชอร์รี่ มีปริมาณวิตามินซีสูงกว่าส้มประมาณ 65 เท่า โดย
อะเซโรลาเชอร์รี่หนึ่งผลให้วิตามินซีเท่ากับความต้องการของร่างกายในหนึ่งวัน วิตามินซีใน
อะเซโรลาเชอร์รี่ช่วยกระตุ้นระบบภูมิคุ้มกัน ช่วยในการทำงานของไตให้แข็งแรง เสริมสร้างการสร้างเนื้อเยื่อใหม่ ดูแลสุขภาพเส้นผม ผิวพรรณ และช่องปาก ช่วยป้องกันโรคหวัด การติดเชื้อต่างๆ รวมทั้งต้านอนุมูลอิสระและชะลอวัย
ซิตรัสไบโอฟลาโวนอยด์ อุดมไปด้วยวิตามินซีแล้วยังมีส่วนช่วยในการต้านอนุมูลอิสระ ลดโอกาสการเกิดโรคหลอดเลือดและหัวใจ โรคมะเร็ง มีคุณสมบัติในการต้านการอักเสบและยับยั้งเชื้อแบคทีเรีย 
สังกะสี ช่วยประสิทธิภาพการทำงานของเม็ดเลือดขาวจึงต้านการติดเชื้อได้ดี และยังมีคุณสมบัติในการลดการอักเสบจึงปรับสมดุลการทำงานของภูมิคุ้มกันให้กำจัดเชื้ออย่างค่อยเป็นค่อยไป 
แอลอาร์จินีน ควบคุมการสร้างไนตริกออกไซด์ (Nitric Oxide) ในร่างกายที่ก่อให้เกิดกระบวนการอักเสบจึงมีส่วนช่วยในการต้านการอักเสบ อีกทั้งช่วยเสริมสร้างภูมิคุ้มกัน โดยเสริมสร้างการทำงานของเม็ดเลือดขาวชนิดต่างๆ และมีบทบาทสำคัญในการกระตุ้นระบบภูมิต้านทานชนิดมีมาแต่กำเนิดและชนิดรับมา จึงมีส่วนช่วยในการต้านไวรัส แบคทีเรีย เชื้อรา ปรสิต และต้านมะเร็ง




พลูคาว กับภูมิคุ้มกัน

1. รักษาภาวะภูมิแพ้ ภูมิไวเกิน เช่น หอบหืด  ภูมิแพ้ผิวหนัง ชนิด Atopic eczema และ Atopic dermatitis,  เยื่อบุ ตาอักเสบจากภูมิแพ้ Allergic conjunctivitis, หวัดจากภูมิแพ้ (Allergic rhinitis)  การแพ้อาหาร (Food allergy) กลุ่มอาการที่มีสารภูมิแพ้ ไอจีอีสูง (Hyper Ig E syndrome) หรือภูมิต้านทานต่อเนื้อเยื่อตนเอง ได้แก่โรครูมาตอยด์ (Rheumatoid arthritis)
2. รักษาภาวะภูมิคุ้มกันบกพร่อง โดยเป็นส่วนผสมหนึ่งในตัวยา รักษาผู้ป่วยเอดส์และผู้ป่วยมะเร็ง หรือผู้ได้รับสารกดภูมิคุ้มกัน
3. เสริมภูมิต้านทานให้แก่ร่างกาย




วันอาทิตย์ที่ 1 มีนาคม พ.ศ. 2558

สาระน่ารู้เกี่ยวกับถั่งเช่า

ถั่งเช่า พบได้เฉพาะในแถบภูเขาสูงของจีน ทิเบต เนปาลและภูฏาน ถือเป็นยาสมุนไพรที่ใช้มาอย่างแพร่หลายในประเทศจีนและชาวเอเชีย มีสรรพคุณเป็นยาช่วยบำรุงร่างกาย บำรุงปอด บำรุงไต บำรุงกำลัง แก้อาการอ่อนเพลีย บำรุงได้ทั้งธาตุหยิน-หยาง และเสริมสมรรถภาพทางเพศสำหรับเพศชาย ได้เป็นอย่างดี

ถั่งเช่ามีการใช้อย่างแพร่หลายในประเทศจีนมานานนับศตวรรษ ตำราแพทย์แผนจีนกล่าวว่า ถั่งเช่ามีสรรพคุณทางยาหลายประการ เช่น
ส่งเสริมสมรรถภาพทางเพศ ช่วยให้อสุจิแข็งแรง บำรุงให้สตรีมีบุตรง่าย ปรับประจำเดือนให้สมดุล บำรุงร่างกาย บำรุงอวัยวะภายใน เช่น ปอด ตับ และไต เป็นต้น ด้วยเหตุนี้ ชาวจีนจึงนิยมนำถั่งเช่ามาปรุงอาหารเพื่อบำรุงสุขภาพ เช่น นำไปตุ๋นรวมกับเป็ด และไก่ ในทางเภสัชวิทยา ถั่งเช่ามีฤทธิ์ทางเภสัชวิทยาหลายประการ เช่น เพิ่มสมรรถภาพทางเพศ ช่วยปรับสมดุลของร่างกาย ต้านอนุมูลอิสระ กระตุ้นระบบภูมิคุ้มกัน ลดระดับน้ำตาลในเลือด 

จุดขาย : กิฟฟารีน ถั่งเช่า
- ช่วยเพิ่มสมรรถภาพทางเพศ
- เพิ่มจำนวนของสเปิร์มในอสุจิ เพิ่มโอกาสในการปฏิสนธิได้ สูงขึ้น
- กระตุ้นระบบภูมิคุ้มกันของร่างกาย
- มีฤทธิ์ต้านการอักเสบ ต้านอนุมูลอิสระและต้านมะเร็ง
- ช่วยควบคุมระดับน้ำตาลในเลือด เหมาะกับผู้ป่วยที่เป็นโรคเบาหวาน และ สามารถใช้ควบคู่ไปกับการรักษาด้วยยาแผนปัจจุบัน
- ช่วยทำให้การทำงานของไตมีประสิทธิภาพดีขึ้น ในผู้ป่วยภาวะไตวายเรื้อรัง และ ช่วยลดอาการแทรกซ้อนต่าง ๆ ที่เกิดจากภาวะไตวาย








วันอังคารที่ 6 มกราคม พ.ศ. 2558

สบู่




สบู่ทุกสูตรใช้ได้ทั้งหน้าและตัวค่ะ
https://www.youtube.com/watch?v=EQ8SIzZEYsU
https://www.youtube.com/watch?v=Zk4k9izumlM

ภาวะท้องผูก

  • ภาวะท้องผูก เป็นอาการที่เกิดกับระบบทางเดินอาหาร เกิดได้กับคนทุกเพศ ทุกวัย สำหรับรายที่มีอาการท้องผูกเล็กน้อย คงไม่จำเป็นต้องพึ่งพายาในการรักษาแต่อย่างใด แต่หากมีอาการท้องผูกมากขึ้น และเป็นประจำ การใช้ยา ก็เป็นทางเลือกหนึ่งที่จะช่วยรักษาอาการดังกล่าวได้ อย่างไรก็ตาม ท้องผูกจัดเป็นอาการ มิใช่เป็นชื่อของโรค การจะทราบว่าใครมีภาวะท้องผูกบ้าง อาจดูได้จากอาการต่อไปนี้ คือ ต้องเบ่งอุจจาระมากกว่าร้อยละ 25 ของการขับถ่ายทั้งหมด หรือการมีภาวะอุจจาระแข็ง ถ่ายอุจจาระไม่หมด รู้สึกตุงบริเวณทวารหนัก หรือต้องใช้นิ้วล้วงทวารหนักเพื่อช่วยการขับถ่าย และ สุดท้าย คือ จำนวนการถ่ายอุจจาระน้อยกว่า 3 ครั้งต่อสัปดาห์ หากเกิดอาการข้างต้นมากกว่า 2 อาการ ถือว่ามีภาวะท้องผูก

  • สาเหตุการเกิดอาการท้องผูกอาจเกิดได้จาก
1. มีความผิดปกติทางกายภาพ ซึ่งอาจเกิดจากความผิดปกติทางสรีระ หรือโรคของลำไส้ รูทวาร ไขสันหลัง ความผิดปกติของเส้นประสาทที่ควบคุมการถ่ายการอุดตันของลำไส้ มะเร็งลำไส้ หรือพบร่วมกับโรคของระบบอื่น เช่น ภาวการณ์มีฮอร์โมนไทรอยด์ต่ำ และการใช้ยาบางชนิด เช่น ยากล่อมประสาท ยาคลายความกังวล ยารักษาโรคจิตและอาการซึมเศร้า เป็นต้น
2. ท้องผูกโดยไม่มีความผิดปกติทางกายภาพ เป็นอาการท้องผูกที่พบในคนที่มีสุขภาพแข็งแรงไม่มีโรค สาเหตุอาจเกิดได้จากอุปนิสัยการขับถ่าย ความเป็นอยู่หรือสิ่งแวดล้อม อารมณ์และจิตใจก็ได้ เช่น การรับประทานอาหารที่มีกากน้อย ดื่มน้ำน้อย การขาดการออกกำลังกาย เป็นต้น หรือแม้แต่การกลั้นอุจจาระเนื่องจากความรีบร้อนในการทำงาน ทำให้ละเลยต่อการปวดถ่าย
  • การรักษาอาการท้องผูก
1. การรักษาโดยไม่ใช้ยา กรณีภาวะที่มีอาการท้องผูกไม่รุนแรง อาการหายไปโดยไม่ต้องใช้ยาได้ ซึ่งมีข้อแนะนำดังนี้
- ควรรับประทานอาหารที่มีกาก เช่น ผักต่าง ๆ และดื่มน้ำมาก ๆ
- พยายามปรับสภาพชีวิตประจำวันให้มีการออกกำลังกายให้มากขึ้น เช่น ลดการใช้ลิฟท์หรือบันไดเลื่อนแล้วใช้การเดินแทน หรือการเดินแทนการขึ้นรถในระยะทางใกล้ๆ
- บริหารร่างกายส่วนที่ให้ผลโดยตรงต่อกล้ามเนื้อหน้าท้อง เพราะจะช่วยให้ขับถ่ายได้เป็นปกติและเป็นเวลา เช่น การให้นอนราบ เอามือวางบนอก เกร็งกล้ามเนื้อให้พยุงตัวขึ้นนั่ง โดยพยายามอย่างอเข่าหรือยกเท้า ทำซ้ำเช่นนี้หลายๆครั้ง
2. การรักษาโดยการใช้ยา เมื่อเกิดภาวะท้องผูกและมีความจำเป็นต้องใช้ยาในการรักษาควรใช้เป็นการชั่วคราวเท่านั้น ไม่ควรใช้ติดต่อกันเกิน 1 สัปดาห์โดยเฉพาะยากลุ่มที่กระตุ้นการบีบตัวของลำไส้ ทั้งนี้เพื่อหลีกเลี่ยงการติดยาและการเกิดกลุ่มอาการท้องผูกสลับท้องเสีย ซึ่งจะทำให้การทำงานของลำไส้ใหญ่ลดลงมากกว่าปกติ เยื่อเมือกบุผนังลำไส้เหี่ยวผิดปกติ กล้ามเนื้อใต้เยื่อบุผิวลำไส้หนามากขึ้น ปมประสาทเสื่อมและเกิดการสูญเสียโปรตีนทางลำไส้ได้ หนึ่งในยากระตุ้นการบีบตัวของลำไส้ที่รู้จักกันดี คือ มะขามแขก 


วันอังคารที่ 25 พฤศจิกายน พ.ศ. 2557

ภาวะวัยทอง

สตรีวัยหมดประจำเดือน หรือ เรียกว่า ภาวะวัยทอง  เป็นสิ่งที่ผู้หญิงอายุเกินกว่า 40 ปี ขึ้นไปจะต้องเผชิญ ภาวะวัยทองมีอาการดังต่อไปนี้
1. อาการร้อนวูบวาบตามตัว เป็นอาการเริ่มแรกของผู้หญิงวัยทองโดยทั่วไป มักจะเกิดขึ้นในช่วงเวลาสั้น และก่อให้เกิดความรำคาญมากน้อยแตกต่างกันตามบุคคล
2. พบการติดเชื้อของกระเพาะปัสสาวะและทางเดินปัสสาวะ นอกจากนี้ยังอาจเกิดการอักเสบของช่องคลอด โดยอาการที่พบบ่อยคือ ปัสสาวะบ่อย กลั้นปัสสาวะไม่ค่อยได้ ปัสสาวะเล็ดขณะไอหรือจาม
3. ความต้องการทางเพศลดลง
4. อารมณ์หงุดหงิดและแปรปรวนง่าย
5. ประจำเดือนผิดปกติ และบางครั้งมีเลือดออกมาก มักพบได้ในช่วงระยะที่ใกล้หมดประจำเดือน
6. ความจำเสื่อม หลงลืมได้ง่าย
7. ความเสี่ยงในการเกิดโรคเรื้อรังหลายชนิดได้แก่
    - กระดูกพรุน กระดูกบางและเปราะง่าย
    - ผิวหนังจะบางลง แห้งและเกิดเป็นแผลได้ง่าย มีอาการคันตามผิวหนังและผิวหนังเกิดผื่นแพ้ง่าย
    - นอนหลับยากหรือนอนไม่หลับ
    - โรคหลอดเลือดและหัวใจ
    - โรคอัลไซเมอร์
    - มะเร็งลำไส้ใหญ่
เมื่อเข้าสู่วัยหมดประจำเดือน (อายุมากกว่า 45 ปีขึ้นไป) ระดับฮอร์โมนเอสโตรเจนในร่างกายจะต่ำมาก ส่งผลให้เกิดอาการดังกล่าว ซึ่งจะมีความรุนแรงแตกต่างแล้วแต่บุคคล

สิ่งที่ควรทำเมื่อเริ่มเข้าสู่วัยทอง
      สตรีวัยทองควรรับประทานอาหารให้ครบ 5 หมู่ และเน้นการรับประทานอาหารที่มีแคลเซียมสูง เช่น นม โยเกิร์ต พืชตระกูลถั่ว เต้าหู้ งาดำ ปลาเล็กปลาน้อยพร้อมก้าง ผักใบเขียว เป็นต้น เพื่อลดการสูญเสียแคลเซียมของกระดูก ป้องกันภาวะกระดูกพรุน
     ในปัจจุบัน มีการนำสารจากธรรมชาติหลากหลายชนิดมาใช้เพื่อบรรเทาอาการที่เกิดขึ้นในผู้หญิงวัยทอง เช่น สารสกัดจากถั่วเหลือง และพืชที่มีลิกนินมาก โดยเฉพาะ เมล็ดแฟลกซ์ ที่ให้ไฟโตเอสโตเจนในปริมาณสูง ซึ่งให้สารที่มีคุณสมบัติคล้ายกับฮอร์โมนเอสโตรเจน การได้รับสารดังกล่าว ควบคู่กับการออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ พักผ่อนให้เพียงพอ และมีจิตใจที่แจ่มใสเบิกบาน จะมีส่วนช่วยในการดูแลสุขภาพของคุณผู้หญิงได้เป็นอย่างดี อย่างไรก็ตาม ควรตรวจร่างกายอย่างสม่ำเสมอ ปีละ 1 ครั้ง





ลิกแนนจากแฟลกซ์เป็นไฟโตเอสโตรเจนจึงมีคุณสมบัติทั้ง “เสริม” และ “ต้าน”การทำงานของเอสโตรเจน ซึ่งจากงานวิจัยพบว่าเมล็ดแฟลกซ์ จะไม่แสดงคุณสมบัติของเอสโตรเจนในผู้ป่วยมะเร็งเต้านม แต่ในทางกลับกันจะแสดงคุณสมบัติในการต้านฮอร์โมนเอสโตรเจนแทนซึ่งมีส่วนช่วยในการลดการเพิ่มจำนวนของเซลล์เนื้องอก และเพิ่มการตายของเซลล์มะเร็ง จึงสรุปได้ว่า การบริโภคเมล็ดแฟลกซ์สามารถลดความเสี่ยงในการเกิดมะเร็งเต้านมได้
-        ดูแลสุขภาพกระดูกโดยป้องกันการสูญเสียมวลกระดูกเนื่องจากภาวะขาดฮอร์โมนเอสโตรเจน
-        ต้านอนุมูลอิสระช่วยในการดูแลสุขภาพโดยรวม ลดความเสี่ยงต่อการเป็นโรคหัวใจ และเบาหวาน
-      ลดสาเหตุการเกิดสิว  สาเหตุหนึ่งของการเกิดสิว อาจเกิดจากการที่สมดุลของฮอร์โมนในร่างกายไม่สมดุล โดยเฉพาะอย่างยิ่งฮอร์โมนเอนโดรเจน หรือฮอร์โมนเพศชาย ซึ่งถ้ามีสูงเกินไปจะมีส่วนในการกระตุ้นการเพิ่มการผลิตน้ำมันในชั้นผิวหนัง ส่งผลให้เกิดสิวได้ การได้รับลิกแนนจากแฟลกซ์สามารถลดการผลิต ไดไฮโดรเทสโทสเตอโรน ซึ่งเป็นฮอร์โมนเพศชายชนิดหนึ่ง  จึงอาจมีส่วนช่วยในการลดโอกาสการเกิดสิวได้  นอกจากนี้ ด้วยคุณสมบัติในการลดการผลิตฮอร์โมนเพศชายได้ จึงเป็นประโยชน์ต่อคุณผู้ชายที่มีฮอร์โมนเพศชายมากจนเกินไปจนมีความเสี่ยงสูงในการก่อให้เกิดต่อมลูกหมากโต มะเร็งต่อมลูกหมาก รวมถึงผมร่วงอันเนื่องมาจากภาวะฮอร์โมนไม่สมดุลได้อีกด้วย

 



วันอาทิตย์ที่ 23 พฤศจิกายน พ.ศ. 2557

เลือกครีมรองพื้นให้เหมาะกับสภาพผิว

https://www.youtube.com/watch?v=4lPezSRrgnY
KrobKrueng 133/2 ปรับผิวสวยด้วยรองพื้น


























ครีมรองพื้นที่ช่วยปกปิดแบบบางเบา ไม่เหนอะหนะ ให้ผิวเรียบเนียนอย่างเป็นธรรมชาติ 
สำหรับผิวธรรมดา แนะนำ  กิฟฟารีน เพอเฟ็คท์แวร์ , 
ผิวผสม - ผิวมัน แนะนำ ครีมรองพื้นชนิดน้ำ กลามอรัส 







ปกปิดระดับกลาง เหมาะกับ ผู้ที่มีปัญหาสีผิวไม่สม่ำเสมอ รวมถึงมีจุดด่างดำ บริเวณใบหน้า
แนะนำ กลามอรัส เพอร์เฟ็คท์ คัฟเวอเรจ ฟาวน์เดชั่น หรือ ครีมรองพื้นคริสตัลลีน 
หรือ ครีมรองพื้นสูตรบางเบากิฟฟารีน










ผิวมีรอยด่างดำ กระ ฝ้า แนะนำ รองพื้นชนิดแท่ง คริสตัลลีน












หลังจากลงรองพื้นเรียบร้อยแล้ว ควรตามด้วยแป้งฝุ่นค่ะ 
คลิ้กดูวิธีเลือกแป้งแต่งหน้า>>>>วิธีเลือกแป้งแต่งหน้า


วันเสาร์ที่ 22 พฤศจิกายน พ.ศ. 2557

ลดความอ้วนหรือควบคุมน้ำหนัก

ชุดลดความอ้วนสูตรแรก 

มื้อเช้า ทานอาหารปกติ ถ้าคนชอบดื่มกาแฟ แนะนำ กาแฟควบคุมน้ำหนักเช่น รอยัลคราวน์ บิวตี้ หรือ เอสคอฟฟี่
มื้อกลางวัน ทานอีสเลส 1 ขวด ก่อนอาหาร 30 นาทีตามด้วยกลูโคแมนแนน 2 เม็ด, หลังอาหารทานแฟตต์บล็อกเกอร์  หรือ  บล็อกโปรสลิม 2 เม็ด
มือเย็น ทาน CLA900 วันละ 2 แคปซูลหลังอาหารเย็น และทานอีจีซีจี แมกซ์ 1 เม็ด ก่อนนอน






แฟตต์-บล็อกเกอร์

ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารไคโตซาน ผสมผงจากกระบองเพชร ชนิดเม็ด
ขนาด 60 เม็ด  ฆอ. 1827/2552 
ราคา:780 บาท  สมาชิก 585฿


ชุดลดความอ้วนสูตรที่ 2
ดื่มเครื่องดื่มอีสเลส 2 ขวดก่อนอาหารกลางวันและก่อนอาหารเย็น  30 นาที 
หรือ ทานซิตริแมกซ์ 2 แคปซูล ก่อนอาหารกลางวันและ ก่อนอาหารเย็น 30 นาที)

ราคาปกติ  504 บาท  
ราคาสมาชิก 378
( 1 แพ็คมี 6 ขวด)


โปรโมชั่นสุดคุ้ม
ซื้อ 2 แพ็ค ราคา     587 บาท จากราคาปกติ 1,008 บาท
ซื้อ 4 แพ็ค ราคา  1,174 บาท จากราคาปกติ 2,016 บาท
ซิ้อ 5 แพ็ค ราคา  1,552 บาท จากราคาปกติ 2,520 บาท
ซิ้อ 6 แพ็ค ราคา  1,761 บาท จากราคาปกติ 3,024 บาท
ซิ้อ 10 แพ็ค ราคา 2,935 บาท จากราคาปกติ 5,040 บาท